ฟูจิฟิล์มกำลังฉลองครบรอบ 40 ปีของ QuickSnap กล้องฟิล์มแบบใช้ครั้งเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเปิดตัวสองรุ่นใหม่ที่ขยายขอบเขตความเป็นไปได้ของการถ่ายภาพแบบอนาล็อก ได้แก่QuickSnap Active และ QuickSnap Black and White ทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 2026และมาถึงในช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากคนรุ่นใหม่กำลังหวนกลับมาค้นพบเสน่ห์ของฟิล์ม การรอคอย และการถ่ายภาพแบบไร้หน้าจออีกครั้ง
QuickSnap ถือกำเนิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ปี 1986 ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายมาก นั่นคือการทำให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพได้ง่ายๆ ทุกที่ทุกเวลา สี่ทศวรรษต่อมา แนวคิดนี้ยังคงใช้ได้ผลดี แม้ว่าจะด้วยเหตุผลที่แตกต่างออกไปบ้างก็ตาม เดิมทีมันช่วยให้การถ่ายภาพในชีวิตประจำวันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ปัจจุบัน ในยุคของสมาร์ทโฟน มันกลับมอบสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความรวดเร็วทันใจแบบดิจิทัล นั่นคือประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและเป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมกับความประหลาดใจเล็กน้อย
กล้องใช้แล้วทิ้งของฟูจิฟิล์มมียอดขายทั่วโลกกว่า 1.700 พันล้านชิ้นซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรม ความสำเร็จไม่ได้มาจากความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความตื่นเต้นของการถ่ายภาพโดยไม่ต้องตรวจสอบภาพทันที คุณถ่ายภาพแล้วก็ดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้นต่อไป แล้วรอให้ฟิล์มถูกล้างเพื่อดูผลลัพธ์
กล้อง QuickSnap Activeรุ่นใหม่ออกแบบมาเพื่อการผจญภัย การเดินทาง และกิจกรรมกลางแจ้ง มีตัวเรือนที่ทนทาน และสามารถถ่ายภาพใต้น้ำได้ลึกถึง 10 เมตร ใช้งานได้ทั้งที่ชายหาด สระว่ายน้ำ ระหว่างเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือแม้แต่ในสภาพฝนตกและมีฝุ่น นอกจากนี้ยังมีวงล้อเลื่อนฟิล์มขนาดใหญ่ขึ้น และปุ่มชัตเตอร์แบบคันโยก ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้นแม้สวมถุงมือหรืออยู่ใต้น้ำราคาขายปลีกที่แนะนำคือ 25,99 ยูโร
ส่วน กล้อง QuickSnap Black and Whiteนั้น มอบประสบการณ์ที่เน้นศิลปะและความทรงจำมากกว่า มาพร้อมฟิล์มขาวดำ ISO 400 มีแฟลชในตัวที่ระยะ 3 เมตร และช่วยให้คุณถ่ายภาพบุคคล ภาพทิวทัศน์เมือง หรือช่วงเวลาในชีวิตประจำวันด้วยสไตล์ที่ดูคลาสสิกและเหนือกาลเวลาราคาขายปลีกที่แนะนำคือ 23,99 ยูโร
นอกจากนี้ Fujifilm ยังจะเปิดตัวสายรัดข้อมือ QuickSnap รุ่นใหม่ในราคา 12,99 ยูโรและโลโก้พิเศษฉลองครบรอบ 40 ปี การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่แค่การหวนกลับไปสู่ยุคอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันว่าการถ่ายภาพแบบอนาล็อกยังคงมีบทบาทสำคัญ ไม่ใช่เพื่อแข่งขันกับโทรศัพท์มือถือ แต่เพื่อนำเสนอวิธีการบันทึกความทรงจำที่แตกต่าง ช้ากว่า และใส่ใจมากกว่า